22
Jul
Off

ประวัติบุคคลสำคัญ สุนทรภู่ ผู้ให้กำเนินภาษาไทย

“แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งน้ำใจคน” หนึ่งในบทกลอนที่ผู้เขียนชื่นชอบซึ่งมาจากตอนของบทละครเรื่องพระอภัยมณี ที่พระฤๅษีได้พูดกับสุดสาคร ซึ่งประพันธ์โดยท่านสุนทรภู่ ว่าด้วยการสอนและเตือนสติให้รู้ว่าแท้จริงแล้ว มนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง

พระสุนทรโวหาร คนในสมัยก่อนมักจะเรียกท่านว่า ภู่ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า สุนทรภู่ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2329 ในช่วงรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอเมืองแกลง จังหวัดระยอง ส่วนมารดานั้นไม่ทราบภูมิลำเนาที่ชัดเจน ครั้นเมื่อท่านสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดาและมารดาได้หย่าร้าง บิดาได้ออกบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ส่วนท่านสุนทรภู่ได้ติดตามมารดาซึ่งเข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง มารดานั้นได้เป็นนางนมของพระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศน์ ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังหลัง นอกจากนี้สุนทรภู่ยังมีน้องสาวต่างบิดาอีกสองคน คือ นางฉิมและนางนิ่ม

ในช่วงที่สุนทรภู่ยังเยาว์วัยได้ร่ำเรียนกับพระที่วัดชีปะขาว ซึ่งได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วัดศรีสุดารามในปัจจุบัน และได้เข้าไปทำงานในกรมพระราชวังหลัง ต่อมาสุนทรภู่ได้เกิดมีความสัมพันธ์แบบลับๆ กับแม่จัน บางที่มากล่าวว่าเป็นบุตรหลานของกรมพระราชวังหลังทำให้สุนทรภู่ต้องโทษขังคุกทั้งคู่ หลังจากพ้นโทษสุนทรภู่ได้เดินทางไปหาบิดาที่เมืองแกลงและแต่งนิราศเมืองแกลงขึ้น บรรยายการเดินทางในครั้งนั้นให้แก่แม่จัน ทั้งคู่มีบุตรด้วยกันหนึ่งคนชื่อ พ่อพัด แต่ภายหลังได้เลิกรากันไป

สุนทรภู่ในการรับราชการช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนั้นเป็นที่โปรดปรานเป็นอย่างมาก ครั้งหนึ่งทรงพระราชนิพนธ์ติดขัดไม่มีผู้ใดต่อบทกลอนได้ต้องพระราชหฤทัย ทรงโปรดให้สุนทรภู่ต่อกลอนซึ่งต่อได้พอพระทัยเป็นอย่างมาก และได้รับแต่งตั้งเป็น ขุนสุนทรโวหาร พอสิ้นรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ได้ออกจากราชการแล้วบวชเป็นพระภิกษุรวมเป็นเวลาประมาณ 20 ปี ครั้นถึงรัชกาลที่4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สุนทรภู่กลับเข้ารับราชการ เป็นพระสุนทรโวหาร ตำแหน่งเจ้ากรมอาลักษณ์ และรับราชการจนถึงอายุ 69 ปี ก็ถึงแก่อนิจกรรรม

ปัจจุบันสุนทรภู่ได้รับการบันทึกโดยองค์กร UNESCO ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผลงานของสุนทรภู่เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนและได้รับการกล่าวขาน โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้แต่งประวัติสุนทรภู่ ได้ทรงค้นพบมี 24 เรื่อง แยกเป็น นิราศ 9 เรื่อง นิทาน 5 เรื่อง (หนึ่งในผลงานที่รู้จักกันดีคือเรื่อง “พระอภัยมณี”) สุภาษิต 3 เรื่อง บทละคร 1 เรื่อง บทเสภา 2 เรื่อง และบทเห่กล่อม 4 เรื่อง นับได้ว่าท่านเป็นบุคคลที่มีความสามารถที่ควรค่าแก่การยกย่อง และทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศมากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว