22
Mar
Off

ประวัติบุคคลสำคัญ ท้าวทองกีบม้า

หากจะพูดถึงละครที่สร้างความประทับใจ ในปี 2018 ที่ผ่านมา เชื่อได้ว่าหลายๆ ท่านคงจะนึกถึงละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ซึ่งมีเนื้อหาที่แทรกประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว หนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องที่ผู้เขียนตั้งใจจะนำเสนอในวันนี้ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านการประดิษฐ์คิดค้นอาหารคาวหวานที่กล่าวขานมาจนกระทั่งปัจจุบัน “ท้าวทองกีบม้า” หรือ แม่มะลิในบทละครนั่นเอง

“ท้าวทองกีบม้า” หรือ นางมารี กีมาร์ เดอ ปิญ่า เป็นบุตรสาวของ นายฟานิก กูโยมา และ นาง เออร์ซูลา ยามาดะ ซึ่งอพยพลี้ภัยทางศาสนามาจากประเทศญี่ปุ่น และได้มาตั้งถิ่นฐานในอยุธยา ท้าวทองกีบม้าเป็นหญิงสาวหน้าตาดี มีอุปนิสัยเรียบร้อย เคร่งครัดในศาสนาคริสต์ และมีความซื่อสัตย์ เมื่อนางอายุ 16 ปี ได้แต่งงานกับ คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนบดีผู้มีอำนาจสูงสุดในสมัยนั้น คฤหาสน์ฟอลคอนมักจะมีแขกบ้านแขกเมือง จากทั้งไทยและเทศมาเยือนสม่ำเสมอ นางฟอลคอนเองเป็นผู้เตรียมสำรับคาวหวานไว้ต้อนรับ ฝีมือในการทำอาหารของเธอนั้นทำให้คนที่ได้ลิ้มลองล้วนแล้วแต่ชื่นชม ประทับใจ ซึ่งหนึ่งในอาหารที่ได้รับการกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบันก็คือ ขนมที่ใช้ส่วนผสมหลักเป็นน้ำตาลและไข่แดง เมื่อปรุงเสร็จจะมีสีทองสวย เป็นตำรับดั้งเดิมฉบับชาวโปรตุเกสที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากยายและแม่

นางฟอลคอนกับเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ จอร์จ และ ฮวน ฟอลคอน นางฟอลคอนดำเนินชีวิตด้วยการเคร่งครัดในศาสนา ให้ความช่วยเหลือเหล่าบรรดามิชชันนารีทั้งหลาย ทั้งนี้ได้รับอุปการะเด็กชาวสยามไว้หลายคน ชีวิตของนางดูเหมือนจะราบรื่นหากแต่เจ้าพระยาวิไชยเยนทร์ผู้เป็นสามี ภายหลังถูกพระเพทราชาจับและประหารด้วยข้อหากบฏ ทำให้ทรัพย์สินที่มีโดนริบเข้าคลังหลวงหมดสิ้น ส่วนตัวนางโดนคุมขังโดยมีเพียงฟากสำหรับไว้นอนเพียงเท่านั้น ในช่วงเวลาที่โดนคุมขังนั้นนางฟอลคอนยังพอได้รับความช่วยเหลือจากผู้คุมซึ่งนางได้เคยอุปการะไว้อยู่บ้าง ต่อมาหลวงสรศักดิ์ผู้เป็นพระโอรสของพระเพทราชาได้รับการสถาปนาเป็นมหาอุปราช

สืบเนื่องจากนางฟอลคอนมีฝีมือในการทำอาหารเลื่องชื่อ และมีความซื่อสัตย์ ระหว่างการคุมขังนางจึงได้เข้ารับใช้ในห้องเครื่องและมีหน้าที่เตรียมสำรับคาวหวานส่งเข้าวังหลวง นางได้ประดิษฐ์อาหารตำรับใหม่ๆ ตลอดเวลา โดยมีการดัดแปลงจากสูตรตำรับโปรตุเกสที่นางมีให้เข้ากับวัตถุดิบของสยามในยุคสมัยนั้น ซึ่งเป็นขนมที่ปัจจุบันยังนิยมรับประทานกันอยู่เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมสัมปันนา ขนมหม้อแกง ฯลฯ ด้วยฝีมือด้านอาหารนี้ทำให้นางฟอลคอนได้รับตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่องและเป็นท้าวทองกีบม้าในช่วงรัชสมัยพระเจ้าท้ายสระ ท้าวทองกีบม้ามีช่วงชีวิตดีขึ้นตามลำดับและอยู่สุขสบายจนบั้นปลายชีวิตจะเห็นได้ว่าบันทึกจากหน้าประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ท้าวทองกีบม้าเป็นหญิงแกร่งคนหนึ่งแห่งยุคเลยทีเดียว