ล้วงลึกประวัติเรื่องย่ออีกด้านของ ตี๋ใหญ่ จอมโจรมหากาฬที่แตกต่างไปจากในละครหรือภาพยนตร์

pok

ตี๋ใหญ่ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่เมื่อสมัย 30 กว่าปีที่แล้ว หลายๆ คนคงเคยได้ยินเรื่องราวของตี๋ใหญ่มาในรูปแบบละครบ้าง หรือทางภาพยนตร์ ที่มีเนื้อหาบิดเบือนไปจากเรื่องจริงบ้างในบางส่วน หรือการเล่นปากต่อปากจากชาวบ้าน เริ่มจากวันเกิดของตี๋ใหญ่กันก่อนเลย ตี๋ใหญ่เกิดประมาณปลายปี พ.ศ.2495 มีชื่อจริงว่า นาย กรประเสริฐ ช่างเขียน เป็นคนชาวจังหวัดราชบุรี อยู่อำเภอดำเนินสะดวก ตี๋ใหญ่เป็นลูกชายคนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 6 คนด้วยกัน เป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายจีน โดยการที่พ่อแม่ของเขาได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยทำมาหากินใช้ชีวิตในประเทศไทย ซึ่งก็ได้ทำอาชีพทำสวนผักผลไม้ ปลูกพืชล้มรุกที่สามารถเก็บได้ไว้ เช่น มะละกอ กล้วย และผักอื่นๆ อีกมากมาย ในสมัยที่ตี๋ใหญ่ยังเป็นเด็กอยู่นั้น ตี๋ใหญ่จะมีนิสัยเป็นเด็กที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เรียบร้อย ขยัน และขี้อายเป็นอย่างมาก ไม่ค่อยชอบแสดงออก ในช่วงที่ตี๋ใหญ่เรียนอยู่ ป.2 ถึง ป.4 นั้น ตี๋ใหญ่จะช่วยพ่อแม่ทำงานหลังจากเลิกเรียนทุกวัน โดยการขุดดินปลูกผัก และยังน้ำผลไม้ที่ปลูกที่สวนตัวเองไปขายที่โรงเรียนอีกด้วย ตี๋ใหญ่เป็นเด็กที่มีความใฝ่ฝันที่จะเรียนให้ถึงมหาวิทยาลัย แต่ความฝันของตี๋ใหญ่ต้องจบลงเพราะด้วยความจนของครอบครัวบวกกับที่ตี๋ใหญ่เป็นลูกชายคนโตสุดในครอบครัว จึงต้องเสียสละ ออกจากโรงเรียนตอน ป.4 เพื่อออกมาช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวและส่งน้องๆ เรียน ในสภาพแวดล้อมของคนดำเนินสะดวกที่มีการใช้ชีวิตเรียบง่ายและเป็นชุมชนที่เงียบสงบจึงทำให้ตี๋ใหญ่มีแวดล้อมและสังคมที่ดี ด้วยความอ่อนน้อมของตัวตี๋ใหญ่เองเขาจึงเป็นที่รักของคนในละแวกนั้น แต่ตัวความที่ตัวเขานั้นขี้อายบวกกับเป็นคนที่ขยันทำงานเลยทำให้เขาไม่ค่อยมีเพื่อนมากเท่าไหร่นักเพาะไม่ค่อยมีเวลามาเล่นกับเพื่อนๆ เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ มากสักเท่าไหร่ ด้วยความที่เขาเป็นเด็กที่เกิดใกล้คลองใกล้น้ำจึงทำให้เขาว่ายน้ำและดำน้ำเก่งโดยจะชอบน้ำก้านมะละกอหรือก้านบัวมาทำเป็นเครื่องช่วยหายใจ ว่ากันว่าในสมัยเด็กเขาเคยเล่นซ่อนแอบกับเพื่อนๆ โดยที่เขาได้ลงไปแอบในน้ำเป็นหลายๆ ชั่วโมงจนเพื่อนๆ ต้องเลิกเล่นกันไปหมด เรียกได้ว่าดำน้ำได้อึดจนปลายังอายก็ว่าได้

เมื่อตี๋ใหญ่อายุได้ราวๆ 17 ปี เขาประพฤติตัวดีมาตลอด จนกระทั่งเขาได้ยินคนแถวบ้านพูดถึงเมืองหลวงบ่อยๆ ว่าที่นั้นคือแดนสวรรค์ คือแหล่งหางานหาเงินและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่มีวันหลับใหล ด้วยความเป็นหนุ่มเต็มตัวตี๋ใหญ่จึงอ้อนวอนขอพ่อกับแม่ไปทำงานที่กรุงเทพ ประจวบเหมาะกับงานที่บ้านไม่ค่อยมีอีกด้วย พ่อกับแม่จึงต้องปล่อยให้ตี๋ใหญ่ไปทั้งๆ ที่ไม่อยากให้ลูกจากครอบครัวไปไหนเลย โดยแรกเริ่มเดิมทีตี๋ใหญ่ได้ทำงานขนส่งแตงโมโดยทางเรือสู่ตลอดในกรุงเทพ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่แตงโมออกมากที่สุดเขาได้ทำงานด้วยความขยันและอดทนจนหางานเสริมโดยการเป็นคนเข็นรถเหล็กในตลาด พอได้เงินมากพอที่จะเที่ยวได้และส่งกลับมาให้กับทางบ้านบ้าง ตี๋ใหญ่ชอบเที่ยวกลางคืนอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะการได้เที่ยวซ่องโสเภณี จึงทำให้เขาติดใจและเริ่มเป็นลูกค้าประจำเรื่อยมา ตี๋ใหญ่พอมีเพื่อนบ้างแต่ก็ไม่มากนัก ตี๋ใหญ่กับเพื่อนชอบมีเรื่องกับนักเลงเจ้าถิ่นอยู่บ่อยครั้ง แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่ค่อยสู้คนเขาจึงต้องหนี้คู่อริเรื่อยมา แต่แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งตี๋ใหญ่จนมุมจากการไล่ล่าของคู่อริจึงทำให้เขาถูกทุบตีตะลุมบอลจนถึงขั้นหยอดน้ำข้าวต้มอยู่เป็นอาทิตย์และจากเหตุการณ์นั้นจึงเป็นจุดเปลี่ยนของผู้ชายคนนี้

ด้วยความแค้นจากการโดนรุมทำร้ายตี๋ใหญ่เริ่มตั้งแก๊งโดยการรวบรวมพรรคพวกแต่งตังตนเองเป็นหัวหน้าแก๊งแล้วเริ่มตามไปเก็บคู่อริเรื่อยมาจนนักเลงในละแวกนั้นต้องยอมแพ้และมีคู่อริ 1 คนเสียชีวิต จึงทำให้ตี๋ใหญ่มีชื่อเสียงในทางนักเลงเรื่อยมา เมื่อชื่อเสี่ยงเริ่มดังออกไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีวัยรุ่นยุคใหม่หรือวัยรุ่นที่อยากจะล้มแก๊งตี๋ใหญ่มากมายรวมถึงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รู้ตัวคนที่ทำให้คู่อริเสียชีวิตซึ่งเป็นคนในแก๊งของตี๋ใหญ่จึงมีการออกหมายจับ ซึ่งทางของตัวตี๋ใหญ่เองต้องกลับไปบ้านเพื่อกบดานให้เรื่องเงียบสักพัก เมื่อตี๋ใหญ่ได้ก่อคดีไว้จึงทำให้เขาไม่มีทางเลือกในการทำมาหากินมากนักจึงทำให้เขาต้องตัดสินใจปล้น เมื่อเขาคิดได้เช่นนั้นเขาจึงได้รวบรวมพรรคพวกคนแถวบ้านขึ้นเพื่อที่จะออกปล้น โดยครั้งแรกที่เขาที่ปล้นเขามีอายุได้ 21 ปี วันที่ออกปล้นครั้งแรกของเขาคือวันที่  12 ส.ค. พ.ศ.2516 รวมมูลค่าหลายแสนบาท ต่อมาเมื่อใช้เงินหมดราวปลายปี พ.ศ. 2517 ตี๋ใหญ่พร้อมกับเพื่อนอีก 6 คน ได้ออกปล้นอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการปล้นร้านอัญมณีกวาดของมีค่าของทางร้านไปเป็นจำนวนมากและได้มีการต่อสู้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจนทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย

ด้วยความที่ตี๋ใหญ่เป็นคนชอบเที่ยวซ่องและโรงน้ำชา และชอบเล่นการพนันโดยเฉพาะไฮโลจึงทำให้เงินที่ได้ปล้นมาหมดไวและจึงทำให้เขาต้องออกปล้นครั้งต่อไปอย่างบ่อยครั้ง

ต่อมาวันที่ 15 มิ.ย. 2519 พวกเขาได้กลับมาปล้นอีกครั้งในพื้นที่ อ. ดำเนินสะดวก ครั้งนี้ได้เงินจำนวนถึง 200,000 บาท

วันที่ 15 ก.ย. พ.ศ. 2519 เขาได้ลงมืออีกครั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ได้ทรัพย์สินทั้งหมด 300,000 บาท

14 ม.ค. 2520 เขาได้ปล้นรถทัวร์อีกครั้ง

5 ส.ค. พ.ศ.2520 พวกเขาได้ไปปล้นร้านทองในกรุงเทพได้ทองทั้งหมดรวมมูลค่าถึง 1, 000,000 บาท

13 ธันวาคม 2520 พวกเขาได้ออกปล้น ธนาคารแห่งหนึ่งใน จ. สมุทรสาคร

จากการปล้นอย่างต่อเนื่องของพวกเขา จึงทำให้ทางการถึงกับต้องตั้งค่าหัวนำจับ ตี๋ใหญ่ในจำนวน 50,000 บาท นับว่าเป็นรางวัลนำจับที่เป็นจำนวนมากในสมัยนั้น

เมื่อข่าวตี๋ใหญ่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในสมัยนั้น มีการลงข่าวทางหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน จึงทำให้การปล้นในครั้งต่อไปของตี๋ใหญ่เสี่ยงมากขึ้น เขาจึงผันตัวไปเป็นมือปืนปืนรับจ้างค่อยคุมบ่อนและโรงน้ำชารวมไปถึงซ่องโสเภนี โดยเขาจะมีหน้าที่ปราบลูกค้าที่ค่อยสร้างปัญหาให้กับทางร้าน ให้กับเสี่ยคนหนึ่งที่มีชื่อเสียมากในจังหวัด สมุทรสาคร ดำเนินสะดวก และในกรุงเทพ เรื่อยมา

จนอยู่มาวันหนึ่งเขาได้ขอออกจากงานที่คอยทำให้กับเสี่ย เนื่องจากพวกเขาต้องการอิสระไม่อยากรับใช้ใคร จนทำให้เขาต้องกลับมาปล้นอีกครั้ง

ว่ากันว่าตี๋ใหญ่มีเมียมากถึง 4 – 5 คน และเคยถูกตำรวจจับได้ 1 ครั้ง และเขาก็หนีได้จากในระหว่างที่กำลังขนย้ายผู้ร้าย โดยการกระโดดออกมาจากรถไฟ และตี๋ใหญ่ก็ได้ไปเป็นลูกวัดให้กับวัดกาหลง เพราะเขาไม่มีทางทำมาหากินในช่วงนั้น ด้วยความที่เป็นคนมีความอ่อนน้อมต่อผู้ให้จึงทำให้เป็นที่เอ็นดูของพระหลวงพ่อสุด หลวงพ่อสุดจึงได้ให้ของขังติดตัวไว้ แต่แล้วการที่ได้มาอยู่ที่วัดแห่งนี้ก็ไม่ได้ทำให้นิสัยโจรเปลี่ยนไป ตี๋ใหญ่ออกปล้นอีกหลายครั้งโดยมีเพื่อน ยังไม่ถูกจับร่วมด้วย 2 คน

และมีอยู่ครั้งหนึ่งในการออกปล้นเพื่อนตี๋ใหญ่ที่ได้ร่วมปล้นกันมาได้ถูกตำรวจจับกุมตัวเอาไว้ได้ ด้วยความขัดแย่งเล็กๆ น้อยๆ ของเพื่อนที่ถูกจับจึงเสนอตัวเองว่าจะช่วยตำรวจจับตี๋ใหญ่โดยมีข้อแม้กับการเป็นอิสระ แต่ทางตำรวจก็ยื่นของเสนอให้กับ นายทวีป เสือคล้ำ เพื่อนตี๋ใหญ่ที่ถูกตำรวจจับ ว่าหากช่วยจับตี๋ใหญ่จนสำเร็จจะมีการลดโทษให้ โดยจะไม่ประหารและถ้าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อทางเจ้าหน้าที่ อาจจะได้รับอภัยโทษแลละมีสิทธ์ที่จะได้ออกมาใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติ เหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยื่นข้อเสนอนี้ก็เพราะ ตี๋ใหญ่มีชื่อเสียงและเป็นคนที่อันตรายมากกว่านั้นเองจึงต้องเร่งจับตัวตี๋ใหญ่ให้ได้ เนื่องจากชาวบ้านที่ได้ยินข่าวต่างหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ตี๋ใหญ่เคยได้ทำมา

และเมื่อ นายทวีป เสือคล้ำ ได้ร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายทวีป ได้ไปขโมยสร้อยพระของขลังของตี๋ใหญ่ที่ได้มาในครั้งที่เป็นลูกวัดให้หลวงพ่อสุด เมื่อตี๋ใหญ่ไม่มีสร้อยพระของขังจึงทำให้ตัวเขาต้องรีบไปขอใหม่ที่วัดกาหลง จึงทำให้เป็นไปตามการคาดการณ์ของ นายทวีป โดยให้ตำรวจดักซุ่มรอตี๋ใหญ่อยู่ที่วัดก่อนหน้าแล้ว เพราะนายทวีปรู้ว่าเมื่อตี๋ใหญ่ไม่มีของขลังตี๋ใหญ่จะต้องมาขอใหม่อย่างแน่นอน จึงทำให้ วันที่ 26 ก.พ. 2524 ตี๋ใหญ่ถูกตำรวจดักซุ่มยิ่งเสียชีวิต ในขณะที่กำลังขับรถ ปิกอัพ mazda สีขาว หมายเลขทะเบียน ม 0063 ขนาด 1200 ซีซี เพื่อมาขอรับ ของขลังจากหลวงพ่อสุด กับลูกน้องอีก 2 คน โดยมาถึงวัดกาหลงแล้วแต่ไม่พบ หลวงพ่อจึงได้ขับรถกลับในขณะที่กำลังขับกลับนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเอาแผงมากั้นทางพร้อมกำลังตำรวจอีกจำนวนมากดักรอจับกุมตัวตี๋ใหญ่อยู่  เมื่อตี๋ใหญ่ขับรถมาถึงที่เกิดเหตุและได้เห็นด่านตำรวจมากมายอยู่ตรงหน้าด้วยความที่มีใจกล้า ใจเป็นเสือตี๋ใหญ่จึงตัดสินใจขับรถพุงเข้าใส่พร้อมสาดกระสุนใส่กับทางเจ้าตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สาดกระสุนใส่ด้วยอาวุธนานาชนิดใส่กลับจนทำให้ตี๋ใหญ่จบชีวิตลงและถูกปิดตำนาน จอมโจรมหากาฬ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

n001

n002

n003

n004

n006

n007

n008

n009

n0010

n0011

n005